รมว.สธ. ยันรัฐบาลใหม่ผลักดัน “กัญชาทางการแพทย์” ปรับเปลี่ยนร้านจำหน่าย เป็น “สถานพยาบาล” ให้เวลา 3 ปี พร้อมทำ Mapping บอกพิกัดร้านถูกกฎหมาย มีสติ๊กเกอร์แจงรายละเอียดชัด! ด้านอธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ คาดเหลือร้านจำหน่ายกัญชาต่อใบอนุญาต 15% แต่จะปรับเป็นสถานพยาบาลมีวิชาชีพเท่าไหร่ต้องรอข้อมูล
เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 3/2569 ถึงประเด็นการพิจารณาป ระกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2569 และประเด็น “กัญชาทางการแพทย์” ว่า
นายพัฒนา กล่าวว่า ยืนยันว่า รัฐบาลใหม่มายังคงผลักดันกัญชาให้เป็น “กัญชาทางการแพทย์” โดยจะดูแลยกระดับการปลูก การสกัด การนำไปใช้ให้เกิดความเข้มงวด และติดตามผลของร้านค้าที่ต่ออายุ และไม่ต่ออายุการให้บริการกัญชาทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นกัญชา มีกฎระเบียบอะไรเพิ่มเติมมารองรับ รมว.สธ. มอบให้ นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้รายละเอียดว่า กระทรวงสาธารณสุข ยึดตามแนวนโยบายรัฐบาล มุ่งสู่ “กัญชาทางการแพทย์” เต็มรูปแบบ การปรับเปลี่ยนของกัญชาจะมี 3 ส่วนคือ
1.การมอบหมายผู้มีอำนาจการดูแลเรื่องนี้ จากที่ผ่านมาจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข และตำรวจ แต่ตอนนี้มีประกาศกระทรวงฯ มอบให้เจ้าหน้าที่ปกครองทั้งหมด เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ
2.เรื่องการปรับเปลี่ยน “ร้านค้าหรือร้านจำหน่ายกัญชา” ให้เป็น “สถานพยาบาล” โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ ซึ่งร้านค้าจะต้องปรับตัวตามใบอนุญาตใหม่ คือ เมื่อใบอนุญาตร้านค้าหมดลง ต้องต่อใบอนุญาตก็ต้องปรับเป็นสถานพยาบาลก่อน แต่จะให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 3 ปี
3.เป็นทิศทางทำให้กัญชา เป็น New S-Curve หรือ แนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยมุ่งไปที่การส่งออก
นายพัฒนา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันมีร้านจำหน่ายกัญชา ที่จดทะเบียน 11,000 แห่ง และจะหมดอายุใบอนุญาตในช่วง 3 ปี (2569-2571) ราวๆ 30-40% ต่อปี ดังนั้น ร้านจำหน่ายกัญชาจะมีแนวโน้มลดลง และหากจะต่อใบอนุญาตต้องยกระดับเป็น “สถานพยาบาล” ซึ่งต้องมีวิชาชีพ มีแพทย์ หรือแพทย์แผนไทย
ผมย้ำให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ไปทำ Mapping ทำแผนที่ว่า ร้านกัญชาที่ขออนุญาตตั้งที่ใดบ้าง และจัดทำสติ๊กเกอร์แปะหน้าร้าน เพื่อแสดงตนว่า ร้านนี้หมดใบอนุญาตเมื่อไหร่ และเป็นร้านที่ขออนุญาตถูกต้อง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ชัดเจน และเมื่อทำแผนที่แล้วเสร็จ ก็จะบอกได้ว่า ผู้ที่ต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ จะสามารถรับบริการได้ที่ใด ซึ่งรพ.ต่างๆทั่วประเทศก็มีความพร้อมในการจ่ายกัญชาทางการแพทย์เช่นกัน” รมว.สธ.กล่าว
เมื่อถามว่าจะเห็นร้านจำหน่ายกัญชา ยกระดับเป็นสถานพยาบาลกี่แห่ง นายพัฒนา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการปรับตัว เพราะยังมีใบอนุญาตอยู่
นพ.พงศธร กล่าวว่า ปัจจุบันเหลือร้านจำหน่ายกัญชาประมาณ 15% จากเดิมมีถึง 18,000 ร้าน หรือเหลือ 3,000 แห่งที่น่าจะมีการยกระดับเป็น “สถานพยาบาล” แต่ยังบอกไม่ได้ว่า จะปรับทั้งหมดหรือไม่ เพราะยังต้องรอเวลา เราให้เวลาปรับตัว 3 ปี ต้องรอความพร้อมของผู้ประกอบการ ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมระบบไว้แล้ว เช่น การเทรนนิ่งคนที่จะอยู่ในร้าน เรามีระบบ E-learning เป็นต้น

เมื่อถามนโยบายมุ่งการส่งออกจะเป็นลักษณะใด นายพัฒนา กล่าวว่า กัญชาทางการแพทย์ จะเป็นการสกัด และใช้ที่มีมูลค่าสูง และมีการลงทุนที่สูง จึงต้องพิจารณาตลาดในประเทศว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งการส่งออกจะพิจารณาทั้งสารสกัดและไม่ใช่สารสกัด ซึ่งสารสกัดกัญชาต่างๆ ในต่างประเทศถูกนำไปผสมอยู่ในกระบวนการของเครื่องสำอาง และยา จำนวนมาก เพิ่มมูลค่าในระดับสูง กระทรวงฯ มองเห็นคุณค่าทางเศรษฐกิจ จึงมอบนโยบายว่า หากมีผู้ปลูก ผู้สกัด และแปรรูปที่ได้คุณภาพ เราก็จะมีกระบวนการส่งเสริมเพื่อใช้ในประเทศ และถ้าเหลือก็ส่งออกเช่นกัน
ส่วนเรื่องโรงงานสกัดนั้น ยังไม่ได้คุยถึงตรงนั้น เพียงแต่ทราบว่าภาคเอกชนหลายรายมีการลงทุน เป็นทั้งมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานด้านอาหารและมาตรฐานด้านการแพทย์ ในหลายโรงสกัดอยู่แล้ว ซึ่งผู้ที่ลงทุน และประสงค์แน่วแน่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทางกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุน

