
มาตรฐานการประกอบกิจการโรงงานผลิตยา โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร และโรงงานผลิตสารสกัด
การประกาศใช้ “กฎหมายว่าด้วยการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะสารสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชง พ.ศ. 2569” มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการควบคุมและใช้ประโยชน์จากสารสกัดให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
1. ประเภทของโรงงานที่สามารถขออนุญาตได้
1.1. โรงงานผลิตยา (พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510)
เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตยาแผนปัจจุบันที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เป็นหลัก
- มาตรฐานการผลิต: ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตที่ดีตามหลักเกณฑ์ PIC/S GMP (Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme)
- หน่วยงานอนุญาต: ต้องดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานผลิตยากับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ในกรุงเทพฯ) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ในต่างจังหวัด)
- ใบอนุญาตหลัก: ต้องมีใบอนุญาตผลิตยาตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4)
1.2 โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร (พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562)
สำหรับอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการผลิตยาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ใช้ภายนอกที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ
- มาตรฐานการผลิต: ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร (Herbal GMP)
- หน่วยงานอนุญาต: ดำเนินการผ่านระบบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ในกรุงเทพฯ) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ในต่างจังหวัด)
- ใบอนุญาตหลัก: ต้องมีใบอนุญาตผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562
1.3 โรงงานผลิตสารสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชง (ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564)
โรงงานประเภทนี้ครอบคลุมการสกัดโดยกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ได้สารแคนนาบินอยด์ (เช่น THC หรือ CBD) ที่ถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5
- วัตถุประสงค์การผลิต: เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์, การวิเคราะห์การศึกษาวิจัย หรือประโยชน์ทางอุตสาหกรรม
- การควบคุมพิเศษ: ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสกัดที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ยังคงจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5
- หน่วยงานอนุญาต: ต้องเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดเพื่อพิจารณาอนุญาต
- ใบอนุญาตหลัก: ใบอนุญาตผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะสารสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชง
ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดเบื้องต้นของแต่ละประเภทโรงงาน
| รายละเอียด | โรงงานผลิตยา | โรงงานผลิตภัณฑ์สมุนไพร | โรงงานผลิตสารสกัด |
| กฎหมายหลัก | พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 | พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 | ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 |
| มาตรฐานคุณภาพ | PIC/S GMP | Herbal GMP | มาตรการควบคุมยาเสพติด |
| ระบบงานสำคัญ | ประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ | ประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ | ระบบความปลอดภัยและการป้องกันการรั่วไหล |
| ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต | ตามที่กฎหมายยากำหนด | ตามที่กฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพรกำหนด | 10,000 บาท ต่อฉบับ |
2. หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน
- กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร/อย. : สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตาม พ.ร.บ. ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562
- กองยา/ อย. : สำหรับการผลิตยาแผนปัจจุบัน/แผนโบราณ
- กองวัตถุเสพติด/อ.ย. : สำหรับการผลิตสารสกัดกัญชา ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษประเภท 5
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.): สถานที่รับเรื่องหลักในเรื่องการขออนุญาตในต่างจังหวัด
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม/อุตสาหกรรมจังหวัด: สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ ร.ง.4) หากเครื่องจักรและคนงานเข้าข่าย
มี 3 ขั้นตอนหลักในการขออนุญาต
2.1 ขออนุญาตสถานที่ผลิต: ตรวจสอบแบบแปลนสถานที่และยื่นขอใบอนุญาตสถานที่ผลิต (เช่น แบบ สมพ. 1)
2.2 มาตรฐานการผลิต: สถานที่ผลิตต้องผ่านมาตรฐาน GMP หรือ GHPP (Good Herbal Practice Products) ตามกฎหมาย
2.3 การขออนุญาตผลิตภัณฑ์: ขึ้นทะเบียนตำรับยา/สมุนไพร ในกรณีเป็นสารสกัด ต้องมีการขออนุญาตจากกองวัตถุเสพติด เนื่องจากถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5
4. ความเกี่ยวข้องระหว่างโรงงานกับกฎหมายเรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา)
แม้ว่าโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรและโรงงานผลิตสารสกัด จะต้องดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือ สสจ. เช่น การขออนุญาตจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะสารสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชง แต่เนื่องจากรัฐยังคงควบคุมวัตถุดิบต้นทาง นั่นคือ การจำหน่าย แปรรูป ส่งออก สมุนไพรควบคุมกัญชา
ดังนั้น การที่โรงงานจะนำ “ช่อดอกกัญชา” มาแปรรูปนั้น จะต้องอยู่ภายใต้กฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งโรงงานต้องมา ขออนุญาตจำหน่าย/แปรรูปช่อดอกกัญชา กับทางกรม พท. หรือ สสจ. ด้วย เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาและการนำไปใช้ของช่อดอกกัญชาได้
| แบบฟอร์ม | ประเภทเอกสาร | ความเกี่ยวข้องและวัตถุประสงค์ |
| ภท. 11 | ใบอนุญาต | ใบอนุญาตให้จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า โรงงานต้องมีใบอนุญาตนี้เพื่อรับรองสิทธิในการนำช่อดอกกัญชามาแปรรูปทางธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย |
| ภท. 27 | แบบรายงาน | แบบรายงานข้อมูลแหล่งที่มาและจำนวนช่อดอกที่เก็บไว้ ใช้สำหรับรายงานว่าโรงงานรับซื้อช่อดอกกัญชามาจากแหล่งใด และมีปริมาณสต็อกเก็บรักษาไว้จำนวนเท่าใด |
| ภท. 28 | แบบรายงาน | แบบรายงานข้อมูลการนำไปใช้/จำหน่าย ณ สถานประกอบการ ใช้รายงานความเคลื่อนไหวว่ามีการเบิกช่อดอกกัญชาไปใช้ในกระบวนการผลิตหรือแปรรูปภายในโรงงานจำนวนเท่าใด |
| ภท. 29 | แบบรายงาน | รายงานข้อมูลการแปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป (สำหรับโรงงาน) ใช้รายงานผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปช่อดอกกัญชาและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นๆ ออกไป |
| ภท. 30 | แบบรายงาน | รายงานผลการศึกษาวิจัย เอกสารนี้จะเกี่ยวข้องกับโรงงานก็ต่อเมื่อโรงงานนั้นมีการตั้งเป็น “แหล่งวิจัยช่อดอกกัญชา” และได้รับใบอนุญาตให้ศึกษาวิจัยสมุนไพรควบคุม (ภท. 9) ด้วย |
5. สถานะของใบอนุญาตฉบับเดิมและการคุ้มครองในช่วงเปลี่ยนผ่าน
กฎหมายใหม่มีบทเฉพาะกาลเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการรายเดิม ดังนี้:
- การใช้ใบอนุญาตเดิม: ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตหรือสกัดกัญชา/กัญชงตามกฎกระทรวงฉบับปี พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 ยังคงสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ตามเงื่อนไขเดิมจนกว่าใบอนุญาตนั้นจะสิ้นอายุ
- การสิ้นอายุใบอนุญาต: เมื่อใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุลง ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และกฎหมายปัจจุบัน หากไม่ดำเนินการก่อนใบอนุญาตสิ้นสุดจะไม่สามารถประกอบกิจการต่อเนื่องได้
- การพิจารณาคำขอที่ค้างอยู่: บรรดาคำขอที่ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎหมายใหม่บังคับใช้และยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่
6. ความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย
ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากมีบทลงโทษดังนี้
- เงื่อนไขการพักใช้ใบอนุญาต: กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยสมุนไพรควบคุม ผู้อนุญาตมีสิทธิพิจารณาไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้ในรอบถัดไป
7. บุคลากรผู้ปฏิบัติงานควบคุมการผลิต
โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยาแผนปัจจุบัน ยาสารสกัด หรือยาแผนโบราณ ต้องมีบุคลากรหลักที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย (ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ) ประจำสถานที่ผลิตอย่างน้อย 1 คน เพื่อควบคุมคุณภาพ โดยคุณสมบัติจะแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน [GHP/PIC/S]
7.1 บุคลากรหลักประจำโรงงาน
เภสัชกร: จำเป็นสำหรับโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน สารสกัด หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรประเภทที่ต้องการความเชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย: กรณีผลิตยาแผนโบราณ/ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาจเป็นเภสัชกร หรือผู้ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่อย.กำหนด
7.2 เงื่อนไข “ผู้ปฏิบัติงาน” ประจำโรงงาน
นอกจากบุคลากรวิชาชีพแล้ว สถานประกอบการต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติงานที่มีคุณสมบัติดังนี้:
- การผ่านการฝึกอบรม: ต้องมีผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อย่างน้อย 1 คน (หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์เบื้องต้น สำหรับผู้ให้คำแนะนำการใช้กัญชา)
- การปฏิบัติหน้าที่: ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวต้องอยู่ประจำ ณ สถานประกอบการตลอดเวลาที่เปิดทำการ
- หน้าที่หลัก: ควบคุมดูแลการรับ-จ่ายวัตถุดิบ การจัดเก็บช่อดอกกัญชา และตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบความปลอดภัยภายในโรงงาน
7.3 คุณสมบัติของผู้ขออนุญาต (เจ้าของกิจการ/นิติบุคคล)
ผู้ที่ยื่นขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามกฎหมาย
- กรณีบุคคลธรรมดา: ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- ลักษณะต้องห้าม: ไม่เคยต้องโทษในความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายยาเสพติด หรือความผิดร้ายแรงอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
- กรณีนิติบุคคล: ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย และมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับการประกอบกิจการ
ตารางสรุปเกณฑ์ด้านบุคลากรประจำสถานประกอบการ
| ประเภทบุคลากร | คุณสมบัติ/หลักสูตรที่ต้องผ่าน | เงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ |
| ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย | เภสัชกร / แพทย์แผนไทย / ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพ หรือผู้ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่อย.กำหนด | ต้องกำกับดูแลขั้นตอนการผลิตและการวิเคราะห์คุณภาพ |
| ผู้ปฏิบัติงาน | ผ่านการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ (อย่างน้อย 1 คน) | ต้องอยู่ประจำตลอดเวลาที่เปิดทำการ |
8. มาตรฐานสถานประกอบการและระบบความปลอดภัย
การจัดตั้งโรงงานผลิตยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือโรงงานผลิตสารสกัดจากพืชกัญชาและกัญชง มีข้อกำหนดสำคัญด้านสถานที่และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและรักษาคุณภาพของวัตถุดิบ โดยมีรายละเอียดดังนี้:
8.1 เงื่อนไขด้านสิทธิในสถานที่ตั้ง
สถานประกอบการต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่ผู้ขออนุญาตมีสิทธิครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย:
- หลักฐานการครอบครอง: ต้องมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ให้ใช้ประโยชน์ได้
- ระยะเวลา: สิทธิดังกล่าวต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต (โดยปกติใบอนุญาตมีอายุ 3 ปี)
8.2 มาตรฐานสถานที่เก็บรักษาสมุนไพรควบคุม (กัญชา)
สถานที่เก็บรักษาวัตถุดิบหรือช่อดอกกัญชาต้องถูกสุขลักษณะและมีความมั่นคงปลอดภัย:
- ขนาดพื้นที่: ต้องมีขนาดที่เหมาะสมและสมดุลกับปริมาณการผลิต การจำหน่าย หรือการแปรรูป
- การควบคุมสภาวะ: ต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของสารสำคัญ และต้องจัดเก็บให้พ้นจากแสงแดด
- การจัดวาง: ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วนชัดเจน ไม่ปะปนกับสินค้าหรือวัตถุอื่น และต้องมีชั้นวางที่ทำให้วัตถุดิบไม่สัมผัสกับพื้นโดยตรง
8.3 ระบบจัดการสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน
โรงงานต้องมีระบบควบคุมมลพิษที่มีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้เกิดเหตุรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง:
- ระบบกำจัดกลิ่นและควัน: ต้องติดตั้งระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจากการแปรรูปหรือการผลิตส่งผลกระทบต่อชุมชน
- การจัดการของเสีย: ต้องมีวิธีการทำลายของเสียที่เหลือจากกระบวนการผลิตอย่างถูกหลักวิชาการและเป็นไปตามแผนที่ได้รับอนุญาต
8.4 ระบบความปลอดภัยและการป้องกันการรั่วไหล
เนื่องจากสารสกัดบางประเภทมีสถานะเป็นยาเสพติดให้โทษ โรงงานจึงต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด:
- แผนความปลอดภัย: ต้องยื่นแผนการรักษาความปลอดภัยและมาตรการป้องกันการสูญหาย หรือการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ประกอบการขออนุญาต
- การตรวจสอบย้อนกลับ: ต้องมีระบบเอกสารที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย
9. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการหลังได้รับใบอนุญาต
เมื่อผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานผลิตหรือสกัดแล้ว กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อการควบคุมคุณภาพและมาตรการความปลอดภัย ดังนี้:
9.1 การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพการผลิต
โรงงานมีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ก่อนนำออกจากสถานที่ผลิต:
- การวิเคราะห์คุณภาพ: ต้องจัดให้มีการวิเคราะห์สารสกัดที่ผลิตขึ้นทุกครั้งก่อนนำออกจากโรงงาน และเก็บหลักฐานผลการวิเคราะห์ไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- การตรวจวัดปริมาณสารสำคัญ: ต้องตรวจหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ทุกครั้งที่ผลิต และพร้อมแสดงผลตรวจต่อเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา
- กรณีไม่ได้มาตรฐาน: หากผลการวิเคราะห์พบว่าไม่ได้มาตรฐานตามที่ได้รับอนุญาต ผู้รับอนุญาตต้องดำเนินการทำลายหรือแก้ไขให้ถูกต้อง
9.2 การจัดทำบัญชีและรายงาน (การแจ้งข้อมูลสารสนเทศ)
เพื่อให้รัฐสามารถตรวจสอบการหมุนเวียนของสารสกัดได้ ผู้ประกอบการต้องจัดทำข้อมูลดังนี้:
- การทำบัญชีประจำวัน: ต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เกี่ยวกับการผลิต การจำหน่าย หรือการมีไว้ในครอบครอง โดยต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- การส่งรายงานรายเดือน: ต้องเสนอรายงานสรุปผลการดำเนินงานต่อผู้อนุญาตทุกเดือน โดยต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันสิ้นเดือน
5.9.3 การแสดงสิทธิและข้อมูลผลิตภัณฑ์
- การติดป้ายสถานประกอบการ: ต้องจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตสารสกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงด้วยอักษรไทยที่ชัดเจน ติดไว้ในที่เปิดเผยหน้าอาคาร
- การฉลากบรรจุภัณฑ์: ภาชนะบรรจุสารสกัดต้องมีรายละเอียดครบถ้วน เช่น ชื่อสารสกัด, ครั้งที่ผลิต, วันเดือนปีที่ผลิต, และต้องมีข้อความ “ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕” เป็นอักษรสีแดง
- ข้อความเฉพาะ: ต้องระบุข้อความ “เพื่อเป็นวัตถุดิบเท่านั้น” บนฉลากด้วย
9.4 มาตรการเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย
การป้องกันการรั่วไหล: ต้องมีมาตรการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้สารสกัดสูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ
กรณีสูญหายหรือถูกทำลาย: หากสารสกัดถูกโจรกรรม สูญหาย หรือเสื่อมสภาพจนต้องทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยทันที

